“ดวงใจของใคร แม่หน่ะสิ แม่หน่ะสิ”

สาโรจน์ ศักดิ์วงศ์

วันนั้นผมจำได้เพียงแค่ว่า แม่ถามผมว่าผมอยากจะอยู่กับใคร ในรถมีป้า พี่สาว และก็แม่ของผม แม่เป็นคนขับรถ เราเพิ่งไปกินอะไรอร่อยๆกันมา กินกันแบบครอบครัวแต่ส่วนที่ขาดคือพ่อของผม ตอนนั้นผมยังไม่เข้าใจนักในแง่ชีวิตคู่ ผมก็คิดแบบเด็กๆว่าพ่อไม่อยู่ไปทำงาน หรือไปไหนนะก็แล้วแต่ผมไม่ได้สนใจเลย ผมเอาแต่เล่นกับเล่น และเป็นสิ่งเดียวที่ผมดูจะเก่งที่สุด แต่ตอนนี้ผมคงจะตอบอะไรเล่นๆไม่ได้แล้ว ตอนนั้นมันเกิดความคิดขึ้นมาว่า นี่ผมต้องเลือกจริงๆหรือหลอกๆนะ แม่ถามอะไรตลกๆหรือเปล่า พ่อตายหรอ จะตายได้ยังไงนะ เมื่อวานยังเห็นพ่ออยู่เลย แต่ผมก็คิดว่าผมคงจะเล่นไม่ได้แล้ว เพราะป้ากับแม่ต่างก็จอดรถแล้วมองผมมาเป็นสายตาเดียวกัน สายตาที่หลอมรวมกันแล้วมองผมเพื่อให้ตอบในคำตอบที่เค้าต้องการอยากได้ยิน หูก็คงจะแทบรวมกันได้สองหูแล้วแทนที่จะเป็นสี่หู ผมตอบไปโดยแทบจะไม่ค่อยได้คิด ผมอยากอยู่กับแม่ อยากอยู่กับแม่คนเดียวไม่อยากอยู่กับใคร เขียนถึงบรรทัดนี้ ผมต้องขออนุญาตไปร้องไห้ก่อนนะครับ ภาพในหัวผมมันชัดเจนมากจนผมกลั้นมันไว้ไม่อยู่จริงๆ ก็ผมรักแม่ผมมากกว่าใครๆ รักมากกว่าพ่อ จะให้เลือกอยู่กับพ่อได้อย่างไรกันนะ

จุดเปลี่ยนของชีวิตผมมาถึงแล้ว ในวันที่แม่พาผมกับพี่สาว ไปเที่ยวที่สวนสยาม เราก็เล่นน้ำว่ายน้ำกันปกติ สนุกมาก แต่ผมก็ยังเล็ก ว่ายน้ำได้ไม่ไกล ผมกลัวจะหลงและกลัวจะจม ผมเล่นว่ายวนอยู่กับพี่สาว แล้วพี่สาวก็บอกผมว่าเดี๋ยวไปหาอะไรกินก่อนนะ เล่นอยู่ตรงนี้อย่าไปไหน ผมก็เชื่อฟังดีนะตอนนั้น แต่อยู่ดีดีผมก็ปวดฉี่ ผมเลยเดินไปฉี่ คิดว่าไม่นานกลับมาคงทันเพราะในใจผมก็กลัวพี่ดุว่าหายไปไหนอีก ผมรีบไปฉี่ และตอนที่วิ่งกลับมายังจุดเดิม ก็มีป้าคนหนึ่งเดินมาจับแขนผมไว้ บอกว่าตามหาแม่อยู่ใช่ไหม ผมบอกไม่ใช่ จะไปหาพี่ ป้าก็บอกว่าอ่อพี่ก็รออยู่หาหนูอยู่ตั้งนานไม่เจอ ป้าเลยมาช่วยตามหา คนเค้าตามหากันทั่ว แล้วเค้าก็จูงผมไปหาแม่ แต่แม่ของผมคนนี้ไม่ใช่แม่คนเดิมของผมอีกแล้ว เธออุ้มผมไป ผมก็ร้องไห้โวยวาย ตะโกนสุดเสียงว่าปล่อยผม ป้าไม่ใช่แม่ผมๆ แต่ก็ช้า และเสียงเบาไปเกินกว่าใครจะสนใจ ผมถูกยัดไว้ในรถคันเล็กๆ สองประตู แล้วรถก็ถูกขับออกไปทันที ผมโดนมัดมือมัดเท้าไว้ แล้วก็มีเทปปิดปากไว้เหมือนในหนัง ผมถูกย้ายมากระโปรงหลัง หลังจากนั้นผมก็กลายเป็นคนหายไปเลยกว่ายี่สิบปี คนที่เลี้ยงดูผม เค้าก็เลี้ยงดูผมอย่างดี ขาดแต่การเรียน ผมไม่ได้เรียนเลย เป็นแค่คนรับใช้แก มีห้องนอนเล็กของตัวเอง มีแม่บ้านใหญ่ดูแลและทำกับข้าวให้กิน แกก็ให้เงินผมเก็บไว้บ้างไม่มากไม่น้อย อายุเยอะขึ้นเป็นวัยรุ่นแกก็ส่งผมไปดูแลบ้านที่ต่างจังหวัด ไปอยู่กับพ่อใหญ่อีกคน ดูแลผมดีเหมือนกัน แต่งานหนัก ไม่ได้ออกไปไหนเลย ผมเห็นโทรศัพท์หลายครั้งเป็นตู้หยอดเหรียญที่อยู่ระหว่างทางเดินไปซื้อของชำ ผมก็อยากโทรหาแม่ใจแทบขาดแต่ก็ไม่รู้เบอร์โทร ไม่รู้จะเริ่มจากอะไร จะโทรหาใคร ใจก็กลัวจะโดนจับได้จะโดนซ้อมอีก ก็เลยอยู่ไปอย่างนั้นได้อีกห้าปี แม่ใหญ่ป่วยหนักตาย แกสั่งไว้ว่าให้พาผมไปเจอแม่ผม และให้เงินผมมาอีกสี่แสนเป็นเงินตั้งต้นชีวิตใหม่ ผมดีใจที่จะได้กลับบ้าน ดีใจแบบแปลกๆ ดีใจแบบที่หัวใจมันว่างเปล่า ดีใจที่คนอุ้มผมมาขายนั้น พาผมมาขายกับแม่ใหญ่ ไม่ได้ไปอยู่กับคนอื่นที่แย่กว่านี้ แต่ตอนนี้ผมกลัวว่าจะไม่ได้เจอใครอีกแล้ว ใจคิดว่าเค้าจะตามหาผมอยู่กันไหม ถ้าผมไปเจอแม่ พี่สาว ป้า พ่อ แล้วผมจะพูดอะไร ผมจะทำอะไรต่อไป ผมกลัวเหลือเกิน พ่อใหญ่ไม่หักเงินผมเหมือนที่ผมกลัวไว้ตอนจะออกมา ซึ่งทำไมผมถึงกล้าคิดลบกับแกแบบนั้นทั้งๆที่ผ่านมาแกไม่เคยทำอะไรทำนองนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว แกมาส่งผมพร้อมส่งเงินฟ่อนใหญ่ให้ผมห้าฟ่อน แกบอกแกให้ผมแสนนึง ไปเริ่มชีวิตใหม่นะ พ่อขอโทษที่พ่อกับแม่ทำแบบนี้ พรากแกมาอยู่แบบนี้ พ่อกับแม่มารู้ตอนหลังว่าแกโดนขโมยมาไม่ใช่พ่อแม่ขายมาเหมือนที่เขาบอกตอนเอาแกมาส่ง แกพูดพร้อมน้ำตา ผมก็อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ผมก็ร้องไห้และบอกแกว่า ผมให้อภัย สำหรับพ่อใหญ่แม่ใหญ่แล้ว ผมรักแม้ผมจะรู้ตัวว่าไม่น่าจะรักแกได้ เป็นเรื่องแปลกในความไม่แปลกในหัวใจผมอยู่เสมอมา

ผมกลับมาลำปาง บ้านเกิดของผม ร่ำลาพ่อใหญ่อยู่่นาน กับนำเงินไปฝากธนาคารแต่ก็ฝากไม่ได้เพราะผมไม่มีบัตรประชาชนที่จำเป็นสำหรับการเปิดบัญชี แม่ผมเหม่อลอยอยู่ระเบียงหน้าบ้าน แม่ดูแก่ลงไปเยอะมากจนผมแทบจะจำไม่ได้ และดูอ้วนกว่าแต่ก่อนแต่ไม่โทรมเลย ผมเดินหลบมาที่บ้านข้างๆอีกหลัง ผมร้องไห้เหมือนคนขาดสติ อย่างไม่คิดว่าดวงตานี้จะสามารถลืมตาได้อีก ด้วยเพราะน้ำตามันนองท่วมจนไหลไม่ทัน ผมสะอึกจนเจ็บหน้าอก ผมคิดถึงแม่มาก และวันนี้ผมก็อยู่ตรงหน้าแม่ แต่กลัวที่จะบอกกับแม่ว่านี่คือผม ผมกลับมาแล้ว ยี่สิบกว่าปีมันนานเกินไปกว่าผมจะทักทายด้วยคำว่าสวัสดีครับแม่ หรือ แม่ผมกลับมาแล้วครับ ผมเดินมาหยุดอยู่หน้าบ้านเช็ดน้ำตาเฮือกสุดท้ายพลันเจ็บเหลือเกินที่เปลือกตาบอบบาง ผมมองหน้าแม่ให้ชัดเจน แม่เห็นผมแม่วิ่งเข้ามากอด และได้แต่พูดว่า กลับมาแล้วหรอลูก กลับมาแล้วหรอลูก แม่ร้องไห้ ผมก็ร้องไห้ เรากอดกันอยู่ตรงนั้น เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ผมไม่รู้ ผมดีใจเหลือเกินที่ได้เจอแม่แล้ว แม่ล้มขาอ่อนสลบไป ผมอุ้มแม่ขึ้นมาเข้าบ้านแล้ววางแกนอนลงบนโซฟาตัวเก่าผุพังที่ผมคุ้นเคย ของในบ้านทุกอย่างจัดวางเช่นเดิมไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่นัก ความทรงจำผมมันสวยงามชัดเป็นภาพสีอีกครั้ง ผมร้องไห้อีกแล้ว แม่ลืมตาตื่นขึ้นมา เรียกผมอย่างเคย ลูกกลับมาแล้ว ลูกกลับมาแล้ว กลับมาแล้วจริงๆ ผมบอกแม่ว่า ผมกลับมาแล้วนะแม่ ขอโทษที่หายตัวไปนาน แม่สบายดีไหมครับ แม่บอกว่าแม่สบายดี และดีใจมาก ไม่รู้จะเริ่มยังไง แม่ลูบหัวผมลูบหน้าผม แม่บอกว่าใช่ผมจริงๆด้วย ผมก็ร้องไห้อีก แม่บอกว่าจะทำกับข้าวให้กินนะ แล้วเราค่อยคุยกัน แม่มีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังเยอะมาก แม่ลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์โทรหาพี่สาว ผมลืมไปเลยว่าผมมีพี่สาว เสียงจากปลายสายผมได้ยินถึงความดีใจอย่างไม่มีสติ และอีกไม่กี่นาที พี่สาวผมก็ขับรถมาถึงบ้าน พี่ของผมเปิดประตูเข้ามาแล้ววิ่งเข้ามากอดผมอย่างดีใจ เราสามคนโผกอดกันอย่างมีความสุข เสื้อของผมเปียกชุ่มไปด้วยความปิติที่มากมายเหลือเกิน พอได้สติเราก็นั่งคุยกัน แม่ก็ทำกับข้าวอยู่ในครัว ผมเห็นแม่แอบมองผมเป็นร้อยๆครั้ง พี่สาวเล่าอะไรให้ฟังเยอะแยะถึงปีที่เลือนหายไปของผม พี่สาวผมแต่งงานกับแฟนที่อยู่สิงคโปร์ ผมตื่นเต้นมากที่จะเห็นหน้าสามีของพี่ผ่านโทรศัพท์ที่มีจอภาพเหมือนทีวี พี่สาวบอกว่าแม่แกเข้มแข็งมาก หลังจากที่ทำใจไม่ได้อยู่หลายปี แม่ก็เปลี่ยนตัวเองหันมาสนใจสุขภาพ ออกกำลังบ้าง ศึกษาธรรมะอย่างจริงจัง ปฎิบัติธรรมทุกสัปดาห์ เพื่อที่หวังว่าวันนี้จะมาถึง และผมก็อดดีใจไม่ได้ที่รู้แบบนั้นเพราะผมก็คิดไว้ว่าแม่อาจจะไม่อยู่รอผมแล้ว เพราะแม่คงทรุดโทรม แต่เปล่าเลยสิ่งที่แม่ทำ และอดทนในวันที่ผ่านมานี้ คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตผม การได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง พี่สาวผมเองก็ได้งานทำที่ดี เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ยังไม่มีลูก แม่ก็ไม่ได้แต่งงานใหม่แต่อย่างใด แต่แม่มักจะชอบเหม่อลอยบ้างบ่อยๆเพราะคิดถึงผมว่าผมจะอยู่อย่างไร และสำคัญที่สุดคือแม่ไม่เคยคิดเลยว่าผมตายไปแล้ว ผมยังคงมีชีวิตอย่างที่แม่คิดไว้ในทุกลมหายใจของแม่ แม่คิดถึงเนื้อหนัง และวันที่เกิดผมอยู่ทุกเวลา พี่สาวเล่าให้ผมฟัง น้ำตาก็ไหลไปตามเรื่องราว ผมจะนอนหลับได้ยังไงในคืนนี้ ผมกลัวว่าผมจะตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอแม่กับพี่ของผมในวันถัดไปที่ดวงอาทิตย์วนกลับมาเจิดจ้าในมุมของผม ผมคิดว่าผมจะไม่นอน

“แม่เปลี่ยนไปเยอะจนจำไม่ได้

หน้าย่นผมหงอกดวงตาขาวขุ่น

ลูกเกือบจำแม่ไม่ได้ในคราวมองครั้งแรก

ไม่เพียงวินาทีแม่โผเข้ากอด

ไม่มีแม้เสี้ยวเวลาใดที่แม่จะลืมดวงใจของแม่

ที่เคยสาปสูญไปในเวลา”

ด้วยหัวใจของลูกบันทึกเป็นปมกลับมาหวนความรู้สึก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s